อยุธยาเรียนรู้ · ฉบับผู้เรียน
SDG 4 · ฉบับที่เราอ่านรู้เรื่อง · ไม่ใช่เว็บราชการ

การได้เรียนดี ๆ
ไม่ใช่โชคดี — มันคือสิทธิ์ของเรา

หน้านี้บอกว่าเรามีสิทธิ์อะไรบ้าง ใครเป็นคนรับผิดชอบเรื่องไหน และถ้าอยากให้โรงเรียนหรือชุมชนดีขึ้น เราลงมือทำอะไรได้จริงบ้าง

148,373ผู้เรียน ปีการศึกษา 2568
737สถานศึกษาและศูนย์การเรียนรู้
9,072ครูและผู้บริหาร
154ออกกลางคันตามรายงาน ปี 2566

ตัวเลขชุดนี้มาจากหน้าภาพรวม นับหลายประเภท ไม่ใช่เฉพาะนักเรียนมัธยม · เป็นจำนวนคน ไม่ใช่ร้อยละ · ที่มา

1

SDG 4 แปลเป็นภาษาเราคือ 5 สิทธิ์นี้

โลกตกลงกันไว้ 17 เป้าหมาย และข้อที่ 4 คือเรื่องการศึกษา ถ้าตัดศัพท์ทางการออกให้หมด มันเหลือแค่ 5 อย่างที่เป็นสิทธิ์ของเราทุกคน

🚪

เราต้องได้เข้าเรียน

ไม่ว่าจะอยู่ตำบลไหน บ้านมีเงินหรือไม่ พิการหรือไม่ ทุกคนต้องมีที่เรียน

ไม่มีใครควรหลุดเพราะไม่มีค่ารถ
👩‍🏫

เราต้องมีครูสอนครบ

ทุกห้องควรมีครูประจำ และวิชาสำคัญควรมีครูที่เรียนมาตรงสาขา

ห้องไม่มีครู = เรื่องที่ต้องบอก
📖

เรียนแล้วต้องได้จริง

ไม่ใช่แค่ผ่านชั้นไป แต่ต้องอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ใช้ได้จริง

ถ้าตามไม่ทัน ต้องมีคนช่วย
🛠️

เรียนได้หลายทาง

สายสามัญ อาชีวะ กศน. เรียนออนไลน์ ฝึกงาน — ทุกทางมีค่าเท่ากัน

ไม่มีเส้นทางไหนต่ำกว่าใคร
🛡️

เรียนอย่างปลอดภัย

ปลอดจากการกลั่นแกล้ง การคุกคาม และอาคารที่ไม่ปลอดภัย

ไม่ปลอดภัย = เรียนไม่ได้
จำประโยคนี้ไว้ประโยคเดียวก็พอ — ถ้าสิ่งที่เกิดกับเราทำให้ “เรียนไม่ได้เต็มที่” แปลว่ามันเป็นเรื่องที่พูดได้ และมีคนที่มีหน้าที่ต้องรับฟัง
2

เส้นทางการเรียนรู้ของคนอยุธยา มีมากกว่าที่คิด

เลือกดูเส้นทางที่ตรงกับตัวเองได้เลย ทุกเส้นทางมีทางไปต่อทั้งหมด

เรียนในระบบโรงเรียน (ประถม–มัธยม)

เส้นทางที่คนส่วนใหญ่อยู่ สิ่งที่ควรรู้คือเราขออะไรได้บ้าง

  • นโยบายเรียนฟรีของประเทศ — มีหลายรายการที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียน ถามครูประจำชั้นว่าโรงเรียนเราครอบคลุมอะไรบ้าง หน้านี้ไม่ใช่คู่มือสิทธิ์ราชการ
  • ทุนสำหรับครอบครัวรายได้น้อย — ถามครูประจำชั้นเรื่องการคัดกรองทุน อย่าคิดเองว่าเราไม่ผ่านเกณฑ์
  • ถ้าห้องไม่มีครูประจำ — บอกครูที่ปรึกษา แล้วให้สภานักเรียนรวบรวมเป็นเรื่องเดียวเสนอผู้อำนวยการ
  • ถ้าตามไม่ทัน — ขอสอนซ่อมเสริมได้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และเป็นหน้าที่ของโรงเรียนอยู่แล้ว
  • ย้ายโรงเรียนได้ — ถ้าเดินทางลำบากจนกระทบการเรียน ปรึกษาครูแนะแนวเรื่องการย้าย

อาชีวศึกษาและสายอาชีพ

อยุธยาเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมและท่องเที่ยว สายอาชีพจึงมีงานรออยู่จริง

  • ปวช. / ปวส. — เรียนไปด้วยฝึกงานไปด้วย จบแล้วต่อปริญญาตรีได้ ไม่ได้ตัดโอกาส
  • ทวิภาคี — เรียนในสถานศึกษาสลับกับทำงานในสถานประกอบการจริง ได้ประสบการณ์และมักมีเบี้ยเลี้ยง
  • สาขาที่ตรงกับพื้นที่ — ช่างอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ การโรงแรมและท่องเที่ยว อาหาร บัญชี คอมพิวเตอร์
  • ถามก่อนตัดสินใจ — ขอคุยกับรุ่นพี่ที่จบไปแล้วว่างานจริงเป็นอย่างไร ดีกว่าดูแค่ชื่อสาขา

การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย (กศน. / สกร.)

สำหรับคนที่ต้องทำงานไปด้วย หรือไม่สะดวกเรียนแบบเต็มเวลา

  • จบได้วุฒิเท่ากัน — ม.ต้น ม.ปลาย จาก กศน. ใช้สมัครงานและเรียนต่อได้เหมือนกัน
  • เรียนแบบพบกลุ่ม — ไปเจอครูตามวันที่นัด ที่เหลือเรียนรู้ด้วยตัวเองและส่งงาน
  • มีหลักสูตรอาชีพระยะสั้น — ทำอาหาร ตัดผม ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ขายของออนไลน์
  • เริ่มยังไง — ติดต่อศูนย์การเรียนรู้ระดับอำเภอในอำเภอที่เราอยู่ ถามเรื่องการสมัครและรอบเรียน

ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ

การศึกษาเป็นสิทธิ์ของทุกคน และต้องมีการปรับให้เหมาะกับแต่ละคน

  • เรียนร่วมในโรงเรียนปกติได้ — พร้อมการช่วยเหลือเฉพาะบุคคลตามความจำเป็น
  • ขอสิ่งอำนวยความสะดวกได้ — สื่อการเรียนที่เหมาะสม เวลาสอบเพิ่ม ทางลาด ที่นั่งเหมาะสม
  • มีแผนการเรียนรายบุคคล — ครูควรทำร่วมกับผู้ปกครองและตัวผู้เรียนเอง ไม่ใช่ตัดสินแทน
  • ถ้าถูกปฏิเสธการรับเข้าเรียน — บอกผู้ปกครองและครูที่ไว้ใจ แล้วยกระดับไปที่เขตพื้นที่การศึกษา เพราะเป็นเรื่องสิทธิ์ที่ควรตรวจตามกฎหมาย ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายจากหน้านี้

เคยออกกลางคัน แต่อยากกลับมาเรียน

ออกไปแล้วกลับมาได้ ไม่ว่าจะห่างไปกี่ปี และไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด

  • หน่วยกิตเดิมอาจใช้ได้ — เอาเอกสารการเรียนเดิมไปให้เจ้าหน้าที่ดู ขึ้นกับสถานศึกษาแต่ละแห่ง
  • เทียบโอนประสบการณ์ — บางแห่งรับเทียบโอนได้ ต้องถามเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่สิทธิ์อัตโนมัติ
  • เรียนไปทำงานไปได้ — เลือกรอบพบกลุ่มที่ไม่ชนกับเวลางาน
  • เริ่มจากคำถามเดียว — เดินเข้าไปถามว่า “ผมออกมาตอน ม.2 อยากกลับมาเรียนต้องทำยังไง”
3

ใครเกี่ยวข้องบ้าง และเราคุยกับเขาได้ยังไง

ส่วนที่คนมักไม่รู้คือ แต่ละคนรับผิดชอบคนละเรื่อง ถ้าเราบอกถูกคน เรื่องจะไปถึงเร็วขึ้นมาก

👩‍🏫

ครูประจำชั้น / ครูที่ปรึกษา

เขาดูแลเรื่องอะไร

  • การเรียนและพฤติกรรมรายคน
  • การเข้าเรียน การขาดเรียน
  • ส่งต่อเรื่องทุนและการช่วยเหลือ

เราขออะไรได้

  • ขอสอนซ่อมเสริมเมื่อตามไม่ทัน
  • ขอคำแนะนำเรื่องทุน
  • ปรึกษาเมื่อถูกกลั่นแกล้ง

เราช่วยเขาได้

  • บอกปัญหาแต่เนิ่น ๆ ไม่รอจนสาย
  • ช่วยดูแลเพื่อนที่เริ่มขาดเรียน
  • รับงานที่รับปากไว้ให้จบ
🏫

ผู้อำนวยการโรงเรียน

เขาดูแลเรื่องอะไร

  • จัดครูเข้าสอนแต่ละห้อง
  • งบประมาณและอาคารสถานที่
  • ขออัตรากำลังไปยังเขตพื้นที่

เราขออะไรได้

  • เสนอเรื่องผ่านสภานักเรียน
  • ขอพื้นที่ทำกิจกรรม
  • ถามความคืบหน้าเรื่องครูไม่ครบ

เราช่วยเขาได้

  • เสนอเป็นข้อมูล ไม่ใช่แค่บ่น
  • อาสาช่วยงานโรงเรียน
  • ช่วยดูแลของส่วนรวม
🏛️

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

เขาดูแลเรื่องอะไร

  • จัดสรรครูให้โรงเรียนในเขต
  • ดูแลหลายโรงเรียนพร้อมกัน
  • รับเรื่องร้องเรียนสำคัญ

เราขออะไรได้

  • ถามข้อมูลจำนวนครูและห้องเรียน
  • ยกระดับเรื่องที่โรงเรียนแก้เองไม่ได้
  • ขอข้อมูลเพื่อทำโครงงาน

เราช่วยเขาได้

  • ส่งข้อมูลจากหน้างานที่เขาไม่เห็น
  • สื่อสารอย่างสุภาพและมีหลักฐาน
🚌

อบต. / เทศบาล ในตำบลเรา

เขาดูแลเรื่องอะไร

  • ถนน ไฟทาง การเดินทาง
  • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
  • งบพัฒนาในตำบล

เราขออะไรได้

  • เสนอเรื่องรถรับส่งนักเรียน
  • ขอไฟทางจุดเสี่ยงเส้นทางไปโรงเรียน
  • ขอใช้พื้นที่จัดกิจกรรมเยาวชน

เราช่วยเขาได้

  • สำรวจจุดเสี่ยงแล้วส่งข้อมูลให้
  • เข้าร่วมเวทีประชาคม
🙋

ตัวเราเอง — คนที่มีอำนาจมากกว่าที่คิด

เรารับผิดชอบอะไร

  • มาเรียนสม่ำเสมอ
  • บอกเมื่อมีปัญหา
  • ดูแลเพื่อนที่กำลังจะหลุด

เราทำอะไรได้เอง

  • ติวเพื่อนและน้อง
  • ทำโครงงานแก้ปัญหาจริง
  • เก็บข้อมูลไปเสนอผู้ใหญ่

อย่าทำคนเดียว

  • ชวนเพื่อนอีก 2–3 คน
  • หาครูสักคนเป็นที่ปรึกษา
  • เริ่มเล็กแล้วค่อยขยาย
4

10 อย่างที่ผู้เรียนทำได้ เริ่มสัปดาห์นี้

ติ๊กได้เลย เครื่องจะจำไว้ให้ ไม่ต้องสมัครอะไรทั้งนั้น

ความคืบหน้าของเรา 0 จาก 10 ข้อ
5

6 โปรเจกต์ที่ทำได้จริง พร้อมขั้นตอน

ใช้เป็นโครงงาน กิจกรรมชุมนุม งานจิตอาสา หรือผลงานยื่นเรียนต่อก็ได้

ประถม · มัธยม ง่าย

📚 พี่ติวน้อง 30 นาที

แก้ปัญหาน้องที่อ่านไม่คล่องหรือคิดเลขไม่ทัน ด้วยเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงหลังเลิกเรียน

  1. ขอรายชื่อน้องที่ต้องการช่วยจากครู
  2. จับคู่พี่ 1 คนต่อน้อง 1–2 คน
  3. ติวสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที
  4. จดบันทึกความคืบหน้าทุกครั้ง
  5. สรุปผลให้ครูดูเมื่อครบ 8 สัปดาห์
ใช้เวลา: 2 เดือน · งบ: ไม่ต้องใช้
มัธยม · อาชีวะ ปานกลาง

🗺️ สำรวจจุดเสี่ยงเส้นทางไปโรงเรียน

ทำแผนที่จุดที่มืด น้ำท่วมขัง หรืออันตราย แล้วส่งให้ อบต. ใช้ทำแผนจริง

  1. ชวนเพื่อน 5 คน แบ่งเส้นทางกันสำรวจ
  2. ถ่ายรูปพร้อมระบุตำแหน่งให้ชัด
  3. ทำตารางสรุปว่าแต่ละจุดเสี่ยงอย่างไร
  4. ขอให้ครูช่วยทำหนังสือนำส่ง
  5. ยื่นต่อ อบต. หรือเทศบาล และตามผล
ใช้เวลา: 3–4 สัปดาห์ · งบ: ค่าพิมพ์เล็กน้อย
มัธยม ปานกลาง

🔍 นับห้องเรียนกับจำนวนครู

เก็บข้อมูลจริงว่าโรงเรียนเรามีกี่ห้อง มีครูกี่คน แล้วเทียบให้เห็นภาพ

  1. ขออนุญาตผู้อำนวยการก่อนเริ่ม
  2. นับจำนวนห้องเรียนที่เปิดสอนจริง
  3. ขอข้อมูลจำนวนครูจากฝ่ายบุคคล
  4. ทำกราฟเทียบให้เห็นชัด
  5. นำเสนอในกิจกรรมวิชาการของโรงเรียน
ใช้เวลา: 3 สัปดาห์ · งบ: ไม่ต้องใช้
ประถม · มัธยม ง่าย

📖 มุมอ่านหนังสือที่วัดหรือศาลากลางบ้าน

สร้างที่อ่านหนังสือใกล้บ้าน สำหรับเด็กที่บ้านไม่มีมุมเงียบ ๆ ให้ทำการบ้าน

  1. ขออนุญาตวัดหรือผู้ใหญ่บ้าน
  2. ตั้งกล่องรับบริจาคหนังสือมือสอง
  3. จัดชั้นและทำป้ายหมวดหมู่ง่าย ๆ
  4. จัดเวรดูแลสัปดาห์ละคน
  5. เปิดช่วงเย็นหรือวันหยุด
ใช้เวลา: 1 เดือน · งบ: ใช้ของบริจาคได้
อาชีวะ · มหาวิทยาลัย ปานกลาง

🔧 ทีมซ่อมเพื่อโรงเรียนเล็ก

ใช้วิชาชีพที่เรียนมาซ่อมของให้โรงเรียนประถมใกล้เคียงที่ขาดงบดูแล

  1. ติดต่อโรงเรียนเป้าหมายผ่านอาจารย์
  2. ไปสำรวจว่าต้องซ่อมอะไรบ้าง
  3. วางแผนวัสดุและความปลอดภัย
  4. ลงมือซ่อมโดยมีอาจารย์ควบคุม
  5. ถ่ายภาพก่อน–หลัง ทำเป็นผลงาน
ใช้เวลา: 2–3 วัน · งบ: ค่าวัสดุ ขอสนับสนุนได้
มัธยม · อาชีวะ ปานกลาง

🎤 เวทีเล่าเส้นทางของรุ่นพี่

ชวนรุ่นพี่ที่ไปสายต่าง ๆ มาเล่าให้น้องฟัง เพื่อให้เห็นว่ามีทางเลือกมากกว่าที่คิด

  1. หารุ่นพี่ 4 คนจาก 4 เส้นทางที่ต่างกัน
  2. ขอใช้ห้องประชุมและเวลา 1 คาบ
  3. เตรียมคำถามล่วงหน้าให้รุ่นพี่
  4. จัดเวทีและเปิดให้น้องถาม
  5. อัดคลิปไว้ให้รุ่นต่อไปดู
ใช้เวลา: 3 สัปดาห์เตรียม · งบ: เกือบไม่ต้องใช้
6

ถ้าเจอปัญหา ไล่ตามบันไดนี้

เริ่มจากขั้นที่ใกล้ตัวที่สุดก่อนเสมอ ถ้าไม่คืบค่อยขยับขึ้นขั้นถัดไป

1

ครูที่เราไว้ใจที่สุด

ไม่จำเป็นต้องเป็นครูประจำชั้น ขอให้เป็นคนที่เรากล้าพูดด้วย

2

ครูแนะแนว หรือฝ่ายกิจการนักเรียน

เหมาะกับเรื่องการเรียนต่อ ทุน ปัญหาครอบครัว และเรื่องที่ต้องเก็บเป็นความลับ

3

สภานักเรียน

ถ้าเป็นปัญหาที่หลายคนเจอเหมือนกัน รวมเป็นเรื่องเดียวจะมีน้ำหนักกว่าไปคนเดียว

4

ผู้อำนวยการโรงเรียน

เตรียมข้อมูลไปให้พร้อม ว่าปัญหาคืออะไร เกิดกับกี่คน และเราเสนอทางแก้อะไร

5

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

สำหรับเรื่องที่โรงเรียนแก้เองไม่ได้ เช่น อัตรากำลังครู หรือการถูกปฏิเสธสิทธิ์

!

เรื่องที่ต้องรีบทันที ไม่ต้องไล่ตามลำดับ

ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกคุกคามทางเพศ หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยกับชีวิต ให้บอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจทันที โทร 191 เมื่อฉุกเฉิน และสายด่วนคุ้มครองเด็ก 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เว็บนี้ยังไม่มีเบอร์โทรของเขตพื้นที่ เพราะยังไม่ตรวจต้นฉบับสาธารณะที่จะใส่แล้วไม่ผิด เริ่มจากครูที่ไว้ใจ แล้วดูบทบาทหน่วยงานได้ที่ หน้าหน่วยงาน · เรื่องฉุกเฉินโทร 191 · สายด่วนคุ้มครองเด็ก 1300
7

คำถามที่ผู้เรียนถามบ่อย

พูดไปผู้ใหญ่ก็ไม่ฟังอยู่ดี จะพูดไปทำไม

เข้าใจความรู้สึกนี้ครับ แต่สิ่งที่ทำให้ผลต่างกันมากคือ วิธีพูด

ตัวอย่างการพูด ไม่ใช่ข้อมูลโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง: “ห้อง ม.2/3 ไม่มีครูคณิตมาหลายสัปดาห์แล้ว มีนักเรียนทั้งห้องได้รับผลกระทบ”

สูตรง่าย ๆ คือ ปัญหาคืออะไร + กระทบกี่คน + เราเสนออะไร

เรียนสายอาชีพแปลว่าเรียนไม่เก่งหรือเปล่า

ไม่ใช่เลยครับ และความเชื่อนี้ทำให้หลายคนเลือกผิดทาง

สายอาชีพคือการเลือกเรียนสิ่งที่ใช้ทำงานได้เร็วกว่า และในจังหวัดอุตสาหกรรมอย่างอยุธยา ช่างฝีมือดีมักหางานได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด

ที่สำคัญคือ จบ ปวช. ปวส. แล้วเรียนต่อปริญญาตรีได้ ไม่ได้ปิดทางอะไรเลย

อยากช่วยเพื่อนที่กำลังจะออกกลางคัน ทำยังไงดี

สิ่งแรกคืออย่าเพิ่งตัดสินเขาครับ ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกเพราะขี้เกียจ แต่มีเรื่องที่บ้าน เรื่องเงิน หรือเรื่องที่โรงเรียนที่เราไม่รู้

ลองถามตรง ๆ แบบไม่กดดันว่า “ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง” แล้วฟังให้จบ

จากนั้นบอกครูที่ปรึกษาหรือครูแนะแนว เพราะบางปัญหามีทางช่วยที่เราไม่รู้ เช่น ทุน หรือการปรับรูปแบบการเรียน

โรงเรียนเราเล็กมาก จะสู้โรงเรียนในเมืองได้ยังไง

โรงเรียนเล็กมีข้อเสียเรื่องทรัพยากร แต่มีข้อได้เปรียบที่โรงเรียนใหญ่ไม่มี คือ ครูรู้จักเราเป็นรายคน

ใช้ข้อได้เปรียบนั้นให้เต็มที่ กล้าถามครูตรง ๆ ขอคำแนะนำเฉพาะตัว

ส่วนเรื่องที่ขาดจริง เช่น ครูไม่ครบหรืออุปกรณ์ไม่พอ เป็นเรื่องเชิงระบบที่ควรสะท้อนขึ้นไป ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องแบกไว้เงียบ ๆ

ทำโครงงานแล้วมันเปลี่ยนอะไรได้จริงเหรอ

ได้ครับ ถ้าเลือกเรื่องที่เล็กพอจะทำเสร็จ และจริงพอที่จะมีคนเดือดร้อน

โครงงานที่ได้ผลจริงมักมี 3 อย่างนี้ — เก็บข้อมูลจริง เสนอต่อคนที่มีอำนาจตัดสินใจ และตามผลต่อเนื่อง

ต่อให้ผู้ใหญ่ยังไม่ทำตามทันที ข้อมูลที่เราเก็บไว้จะยังอยู่ และมีประโยชน์กับรุ่นต่อไปที่จะผลักดันต่อ

เราไม่ได้เป็นแค่คนที่รอรับการศึกษา
เราคือคนที่ทำให้มันดีขึ้นได้

เริ่มจากข้อเดียวในหน้านี้ที่เราทำได้จริง แล้วชวนเพื่อนอีกคนมาทำด้วยกัน