อยุธยาเรียนรู้ · ชุดเครื่องมือครู
ทางเข้า คลังความรู้
สำหรับครู · ผู้อำนวยการ · คณะกรรมการสถานศึกษา · ไม่ใช่เว็บราชการ

เครื่องมือ 7 ชิ้น
ที่หยิบใช้แล้วได้ของออกมาเลย

กรอกแล้วพิมพ์ได้ คัดลอกได้ และเครื่องท่านจำค่าไว้ให้ ใช้ช่วยคิดก่อนคุยกับชุมชนหรือเขตพื้นที่ ไม่ใช่เกณฑ์อัตรากำลังราชการ และไม่ใช่ช่องทางส่งเรื่องไปยังหน่วยงาน

1

เครื่องคำนวณ “โรงเรียนเราครูครบชั้นไหม”

กรอก 4 ช่อง แล้วหน้านี้จะเทียบให้เห็นความต่างระหว่าง การคิดจากหัวนักเรียน (ตั้งอัตราส่วนเองเพื่อสาธิต) กับ จำนวนห้องที่เปิดสอนจริง ตามข้อสมมติหนึ่งครูต่อหนึ่งห้อง ตัวเลขนี้ช่วยเรียบเรียงประโยค ไม่ใช่เกณฑ์ที่เขตพื้นที่ต้องใช้ และไม่ใช่ช่องทางส่งเรื่อง

นับเฉพาะห้องที่ต้องเปิดสอนตามหลักสูตร
รวมครูอัตราจ้างที่สอนประจำ ไม่รวมผู้บริหาร
ค่าเริ่มต้น 20 ใช้เพื่อสาธิตกลไกเท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์ ก.ค.ศ. สพฐ. หรือ GCES
นักเรียนต่อห้อง
ครูต่อห้องเรียน
ครูหากคิดตามอัตราส่วนที่กรอก
ครูหากมีหนึ่งคนต่อหนึ่งห้อง
ส่วนต่างจากข้อสมมติหนึ่งครูต่อห้อง

กรอกข้อมูลให้ครบเพื่อดูผลสรุป

หน้านี้จะแปลตัวเลขเป็นประโยคช่วยคิด ไม่ใช่คำวินิจฉัยอัตรากำลัง

ข้อควรระวังในการนำไปใช้: ตัวเลขนี้เป็นการเทียบเชิงหลักการเพื่อให้เห็นช่องว่างของสองฐานคิด ไม่ใช่เกณฑ์อัตรากำลังอย่างเป็นทางการของ ก.ค.ศ. สพฐ. หรือสูตร GCES และไม่ใช่ช่องทางยื่นเรื่องไปยังเขตพื้นที่ เวลานำเสนอ ให้ระบุเสมอว่าเป็น “การคำนวณเบื้องต้นจากข้อมูลของโรงเรียน บนเว็บไซต์อยุธยาเรียนรู้”
2

แบบสำรวจห้องเรียนที่ไม่มีครูประจำ

หลักฐานที่มีน้ำหนักเวลาคุยเรื่องครูไม่ครบ คือ ตารางที่ระบุได้ว่าห้องไหน วิชาอะไร กระทบนักเรียนกี่คน และมานานเท่าไร กรอกที่นี่แล้วพิมพ์ไปคุยได้ — อย่ากรอกชื่อผู้เรียนรายคน ให้ใช้ชั้น/ห้องและจำนวนคน

ชั้น / ห้อง วิชาที่ขาดครู นักเรียน (คน) ขาดมาแล้ว (สัปดาห์) วิธีแก้ชั่วคราวที่ใช้อยู่
เคล็ดลับ: ช่อง “วิธีแก้ชั่วคราวที่ใช้อยู่” สำคัญ เพราะแสดงว่าโรงเรียนพยายามแก้เองแล้ว เช่น “ครูสอนควบ 2 ชั้น” หรือ “ใช้ครูวิชาอื่นสอนแทน” อย่าใส่ชื่อนักเรียนในตารางนี้ ข้อมูลจำไว้บนเครื่องท่านเท่านั้น
3

แผ่นสรุปโรงเรียน 1 หน้า สำหรับคุยกับชุมชน

ใช้ในประชุมผู้ปกครอง เวทีประชาคมตำบล หรือเวลาไปขอการสนับสนุนจาก อบต. ข้อมูลจะดึงมาจากเครื่องมือที่ 1 อัตโนมัติ เติมเพิ่มแค่สองช่องล่าง

ชื่อโรงเรียน

สังกัด —
ข้อมูล ณ วันที่ —
นักเรียน (คน)
ห้องเรียนที่เปิดสอน
ครูปฏิบัติงานจริง
ครูต่อห้องเรียน

สถานการณ์ปัจจุบัน

กรอกข้อมูลในเครื่องมือที่ 1 เพื่อให้ระบบสรุปให้อัตโนมัติ

สิ่งที่ชุมชนช่วยได้ทันที

— ยังไม่ได้ระบุ —

4

สคริปต์คุยกับชุมชน 5 สถานการณ์

ปรับชื่อโรงเรียนและตัวเลขให้ตรงกับของจริงก่อนใช้ ทุกสคริปต์ออกแบบให้ ขอสิ่งที่เฉพาะเจาะจง เพราะคำขอกว้าง ๆ มักไม่มีใครรับไปทำ

① เปิดประชุมผู้ปกครอง

ใช้ตอนต้นเทอม · ประมาณ 1 นาที

สวัสดีครับ/ค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาวันนี้

ก่อนเข้าเรื่องอื่น ผมขออนุญาตเล่าภาพรวมของโรงเรียนเราสั้น ๆ ครับ ปีนี้เรามีนักเรียนทั้งหมด [จำนวน] คน เปิดสอน [จำนวน] ห้อง และมีครูปฏิบัติงานจริง [จำนวน] คน

ที่ผมเล่าตัวเลขนี้ให้ฟัง ไม่ใช่เพื่อขอความเห็นใจ แต่เพราะอยากให้ทุกท่านเห็นภาพเดียวกันกับเรา ว่าครูแต่ละคนกำลังดูแลอะไรอยู่บ้าง

และสิ่งที่ช่วยเด็กได้มากที่สุด ไม่ใช่เงินบริจาคครับ แต่เป็นการที่ผู้ปกครองถามลูกทุกวันว่าวันนี้เรียนอะไรมา และให้เขาอ่านหนังสือให้ฟังวันละหนึ่งหน้า

สองอย่างนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเลย แต่ได้ผลกว่าทุกอย่างที่โรงเรียนทำได้ตามลำพังครับ

② เสนอเรื่องในเวทีประชาคมตำบล หรือที่ประชุม อบต.

ใช้ตอนทำแผนพัฒนาตำบล · ประมาณ 2 นาที

เรียนท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตเสนอเรื่องของโรงเรียน [ชื่อโรงเรียน] ในตำบลเราครับ

ขอเรียนข้อมูลก่อนสามบรรทัด โรงเรียนเรามีนักเรียน [จำนวน] คน ต้องเปิดสอน [จำนวน] ห้องเรียนตามหลักสูตร และมีครูปฏิบัติงานจริง [จำนวน] คน

เรื่องอัตรากำลังครูเป็นอำนาจของเขตพื้นที่ ซึ่งเราได้เสนอไปตามขั้นตอนแล้วครับ

แต่มีอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ในมือของท้องถิ่นโดยตรง และช่วยเด็กได้ทันทีในปีนี้ คือเรื่อง [ระบุให้ชัด เช่น รถรับส่งนักเรียนสายบ้าน... / ไฟส่องสว่างเส้นทางเข้าโรงเรียน / การปรับปรุงถนนหน้าโรงเรียนช่วงหน้าน้ำ]

เรื่องนี้กระทบนักเรียนประมาณ [จำนวน] คน และถ้าบรรจุในแผนปีนี้ได้ จะช่วยให้เด็กมาเรียนได้สม่ำเสมอขึ้นครับ

ผมเตรียมข้อมูลสรุปหนึ่งหน้าไว้แล้ว ขออนุญาตส่งให้ท่านพิจารณาครับ ขอบคุณครับ

③ ชวนอาสาสมัครในชุมชนมาช่วย

ใช้ที่วัด ที่ประชุมหมู่บ้าน หรือกลุ่มไลน์ชุมชน · 1 นาที

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์เรื่องโรงเรียน [ชื่อโรงเรียน] สักครู่ครับ

ตอนนี้โรงเรียนกำลังหาผู้ใหญ่ในชุมชนมาช่วยงานหนึ่งอย่างครับ คือมา นั่งฟังเด็กอ่านหนังสือ สัปดาห์ละหนึ่งหรือสองวัน วันละประมาณหนึ่งชั่วโมง

ไม่ต้องเป็นครู ไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลยครับ แค่นั่งฟังเด็กอ่านออกเสียง แล้วชมเขาเมื่ออ่านได้

ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่เด็กที่อ่านไม่คล่อง สิ่งที่เขาขาดที่สุดคือ คนที่มีเวลาฟังเขาอ่านจนจบ ซึ่งครูที่ดูแลเด็กทั้งห้องทำให้ได้ไม่ทั่วถึงครับ

ท่านใดสนใจ ติดต่อที่โรงเรียนได้เลยครับ หรือบอกผ่าน [ชื่อผู้ประสานงาน] ก็ได้ครับ

④ ขอการสนับสนุนจากร้านค้าหรือสถานประกอบการ

ใช้เวลาเข้าพบเจ้าของกิจการ · 1 นาที

สวัสดีครับ ผมมาจากโรงเรียน [ชื่อโรงเรียน] ขออนุญาตรบกวนเวลาสักครู่ครับ

ผมไม่ได้มาขอเงินบริจาคครับ แต่มาปรึกษาว่ามีเรื่องหนึ่งที่ทางร้านอาจช่วยได้โดยไม่เป็นภาระมากนัก

เรื่องแรกคือ ถ้าทางร้านสะดวก อยากขอให้เด็กเข้ามาดูงานสักครั้งหนึ่งในหนึ่งเทอมครับ เพื่อให้เขาเห็นว่าวิชาที่เรียนอยู่ใช้ทำอะไรได้จริงบ้าง

อีกเรื่องคือ ถ้าในอนาคตทางร้านรับคนทำงาน อยากฝากพิจารณาเด็กที่จบจากพื้นที่เราด้วยครับ

ส่วนถ้าทางร้านอยากสนับสนุนของ ขอรบกวนสอบถามทางโรงเรียนก่อนว่าตอนนี้ขาดอะไรจริง ๆ ครับ จะได้ตรงกับที่เด็กต้องใช้

⑤ คุยกับผู้ปกครองของเด็กที่เริ่มขาดเรียนบ่อย

ใช้เมื่อเห็นสัญญาณเตือน · คุยส่วนตัว ไม่ใช่ในที่ประชุม

สวัสดีครับ ผมครู [ชื่อ] ครูประจำชั้นของน้อง [ชื่อเด็ก] ครับ

ที่โทรมาวันนี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรร้ายแรงนะครับ และไม่ได้โทรมาต่อว่าเลย

คือผมสังเกตว่าช่วงนี้น้องขาดเรียนบ่อยกว่าเดิม เลยอยากโทรมาถามว่าทางบ้านมีอะไรที่โรงเรียนพอช่วยได้บ้างไหมครับ

บางครั้งเป็นเรื่องค่าเดินทาง บางครั้งเป็นเรื่องที่บ้านต้องการแรงช่วย หรือบางทีเด็กเองมีเรื่องที่โรงเรียนที่เขายังไม่ได้เล่า

ถ้าเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย โรงเรียนมีช่องทางช่วยเหลืออยู่ครับ ผมขอนัดคุยรายละเอียดอีกครั้งได้ไหมครับ

ผมอยากให้น้องเรียนจบไปพร้อมเพื่อน ๆ ครับ เลยอยากรีบคุยตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่ามาคุยตอนที่แก้ยากแล้ว

เวลาโทรจริง: ใช้ชื่อเด็กได้ในการสนทนาส่วนตัว แต่ห้ามกรอกชื่อผู้เรียนลงในช่องของหน้านี้
5

ร่างบันทึกข้อความเสนอขออัตรากำลัง

ระบบจะประกอบร่างให้จากข้อมูลในเครื่องมือที่ 1 ใช้เป็นตัวตั้งต้นเท่านั้น ต้องปรับถ้อยคำและรูปแบบให้ตรงระเบียบของหน่วยงานก่อนเสนอจริง หน้านี้ไม่ส่งหนังสือไปที่ใด

บันทึกบนเครื่องท่านเท่านั้น อย่าใส่ชื่อผู้เรียนในช่องนี้
กรอกข้อมูลในเครื่องมือที่ 1 เพื่อให้ระบบร่างหนังสือให้
อย่าลืม: ร่างนี้เป็นการช่วยเรียบเรียงเนื้อหาเท่านั้น ไม่ใช่แบบฟอร์มราชการที่ถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ ไม่ใช่การยื่นเรื่องผ่านเว็บนี้ และไม่ใช่เกณฑ์อัตรากำลังที่หน่วยงานต้องใช้ กรุณาให้เจ้าหน้าที่ธุรการจัดรูปแบบหนังสือให้ถูกต้องก่อนเสนอลงนามทุกครั้ง
6

สัญญาณเตือนว่าเด็กกำลังจะหลุดจากระบบ

เด็กแทบไม่เคยหายไปแบบกะทันหัน แต่มักส่งสัญญาณล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ถ้าเห็นสัญญาณกลุ่มแดงตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป ควรติดต่อผู้ปกครองภายในสัปดาห์นั้น

🔴 สัญญาณเร่งด่วน — ติดต่อภายในสัปดาห์นี้

📅

ขาดเรียนติดกัน 3 วันโดยไม่แจ้ง

โดยเฉพาะถ้าเป็นช่วงต้นเทอม หรือหลังกลับจากปิดเทอมยาว

→ โทรหาผู้ปกครองวันเดียวกัน
📉

ขาดเรียนเกิน 20% ของเวลาเรียน

ขาดประมาณ 1 วันต่อสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตามเนื้อหาไม่ทันจนท้อ

→ นัดคุยกับผู้ปกครองที่โรงเรียน
🏠

ครอบครัวเปลี่ยนกะทันหัน

ผู้ปกครองย้ายไปทำงานต่างจังหวัด พ่อแม่แยกทาง หรือผู้ดูแลหลักเจ็บป่วย

→ ประเมินความเสี่ยงและเสนอช่องทางช่วยเหลือ
💬

พูดถึงการออกกลางคัน

เช่น พูดว่าจะไปทำงาน หรือบอกว่าเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์

→ คุยตัวต่อตัวทันที อย่าปล่อยผ่าน

🟡 สัญญาณเฝ้าระวัง — ติดตามภายใน 2 สัปดาห์

📖

อ่านไม่คล่องเมื่อเทียบกับชั้น

เด็กที่อ่านไม่ทันเพื่อน จะเริ่มเลี่ยงการมาโรงเรียนเพราะอาย

→ จัดสอนซ่อมเสริมและหาอาสาสมัครฟังอ่าน
🍚

ไม่มีอาหารเช้ามาบ่อย

มักเป็นสัญญาณของปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว

→ ประสานอาหารเช้าและตรวจสอบสิทธิ์ทุน
👕

ขาดอุปกรณ์การเรียนต่อเนื่อง

ไม่มีสมุด ปากกา หรือชุดที่ใช้ได้ ติดกันหลายสัปดาห์

→ ช่วยเหลือโดยไม่ทำให้เด็กเสียหน้าต่อหน้าเพื่อน
😔

แยกตัว เงียบผิดปกติ

เปลี่ยนจากเดิมชัดเจน อาจเป็นสัญญาณการถูกกลั่นแกล้ง

→ ส่งต่อครูแนะแนวและสังเกตช่วงพัก
หลักการสำคัญ: การติดต่อครั้งแรกควรเป็นการ ถามว่าโรงเรียนช่วยอะไรได้ ไม่ใช่การแจ้งว่าเด็กทำผิดอะไร เพราะถ้าครั้งแรกเป็นการตำหนิ ผู้ปกครองจะเลี่ยงการติดต่อในครั้งต่อไป และเราจะเสียช่องทางช่วยเด็กไปเลย
7

เช็กลิสต์ตามช่วงเวลาของเทอม

ติ๊กได้ เครื่องจะจำไว้ให้ แยกตามช่วงที่ควรทำจริง ไม่ใช่ทำทีเดียวทั้งปี

?

คำถามที่ครูถามบ่อย

เสนอเรื่องครูไม่ครบไปแล้วหลายรอบ แต่ไม่เคยได้ ควรทำยังไงต่อ

สิ่งที่มักทำให้ผลต่างกันคือ รูปแบบของข้อมูล ไม่ใช่ความถี่ในการเสนอ

ข้อเสนอที่เขียนว่า “โรงเรียนขาดครู ขอความอนุเคราะห์พิจารณา” จะแข่งกับโรงเรียนอื่นอีกหลายสิบแห่งที่เขียนเหมือนกัน

แต่ข้อเสนอที่ระบุว่า ห้องไหน วิชาอะไร กระทบนักเรียนกี่คน ขาดมากี่สัปดาห์ และโรงเรียนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยวิธีใดไปแล้วบ้าง จะอยู่ในกลุ่มที่พิจารณาได้ง่ายกว่า เพราะผู้พิจารณาเอาไปใช้ประกอบเหตุผลต่อได้ทันที

เครื่องมือที่ 2 ออกแบบมาเพื่อให้ได้ข้อมูลชุดนี้พอดี

ครูงานล้นอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาทำเรื่องชุมชนอีก

เป็นข้อจำกัดที่จริงมากครับ ข้อเสนอคืออย่าทำทุกเครื่องมือพร้อมกัน

ถ้ามีเวลาจำกัดจริง ๆ ให้เลือกทำแค่สองอย่างคือ เครื่องมือที่ 1 (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที แต่ได้ตัวเลขใช้ได้ทั้งปี) และ สัญญาณเตือนในเครื่องมือที่ 6 (ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แค่รู้ว่าต้องสังเกตอะไร)

ส่วนงานชุมชน ถ้าทำได้ปีละครั้งตอนประชุมผู้ปกครอง ก็ถือว่าคุ้มแล้ว เพราะอาสาสมัครหนึ่งคนที่มาช่วยฟังเด็กอ่าน จะช่วยแบ่งเบาครูได้ตลอดทั้งเทอม

กลัวว่าถ้าเปิดเผยว่าโรงเรียนขาดครู ผู้ปกครองจะย้ายเด็กออก

เป็นความกังวลที่มีเหตุผล และเป็นเหตุผลที่หลายโรงเรียนเลือกเงียบไว้

แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ปกครองมักรู้อยู่แล้วว่าลูกเรียนกับครูคนไหนบ้าง สิ่งที่เขาไม่รู้คือโรงเรียนกำลังทำอะไรอยู่

วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเล่าพร้อมกับสิ่งที่กำลังทำ เช่น “ตอนนี้ห้องนี้ยังไม่มีครูประจำ เราได้เสนอเรื่องไปที่เขตแล้ว และระหว่างนี้ใช้วิธีนี้ดูแลอยู่” ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองเห็นว่าโรงเรียนไม่ได้นิ่งเฉย

สคริปต์ที่ 1 เขียนตามหลักนี้ คือให้ข้อมูลพร้อมกับการขอความร่วมมือ ไม่ใช่ให้ข้อมูลลอย ๆ

ข้อมูลที่กรอกในหน้านี้ จะถูกส่งไปไหนหรือเปล่า

ไม่ถูกส่งไปที่ใดทั้งสิ้นครับ ทุกอย่างบันทึกอยู่ในเบราว์เซอร์ของเครื่องที่ใช้เท่านั้น

หมายความว่าถ้าเปลี่ยนเครื่องหรือล้างข้อมูลเบราว์เซอร์ ข้อมูลจะหายไป จึงควรกดพิมพ์เก็บไว้เมื่อกรอกเสร็จ

และไม่ควรกรอกชื่อนักเรียนรายคนลงในตารางหรือร่างหนังสือ ให้ใช้เป็นจำนวนคนและชั้น/ห้องแทน เพื่อไม่ให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลบนเครื่องที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น

ชื่อโรงเรียน ชื่อผู้เสนอ และเบอร์โทรที่กรอกจะอยู่ในเครื่องท่านเท่านั้น กดล้างข้อมูลได้จากแถบบน

ครูแก้ปัญหาเชิงระบบคนเดียวไม่ได้
แต่ครูคือคนที่ทำให้ระบบมองเห็นปัญหาได้

ข้อมูลที่เก็บจากหน้างาน คือสิ่งที่ทำให้คนตัดสินใจเห็นภาพจริงได้ แต่เว็บนี้ไม่ใช่ช่องทางรายงานราชการ